ที่มาของชื่อ 7-ELEVEn จุดเริ่มต้นของ เซเวน อีเลเวน |
2006/May/23
2006/Apr/04
การมีชีวิตอยู่อย่างยืนนาน และสุขภาพยังแข็งแรงนั้น นับเป็นสุดยอดปรารถนา ของคนทุกผู้ทุกนาม แต่อะไรเล่าที่ทำให้คนเราไปถึงจุดนั้นได้ แซลลี่ แบร์ นักโภชนาการ ฉุกคิดตั้งคำถาม ขึ้นมาแล้วมองหาคำตอบจากเมือง หรือชุมชน 5 แห่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็นชุมชน ที่มีคนอายุยืนอาศัยกันอยู่ มากที่สุดในโลก ได้แก่ โอกินาวา ในญี่ปุ่น เกาะไซมีที่กรีซ แคมโปดีเมล ในอิตาลี หุบเขาฮันซา ใน ปากีสถาน และเมืองปามาในจีน
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ดู นักโภชนาการ จากอังกฤษที่บัดนี้ใช้ชีวิตอยู่ในปากีสถานพบว่า มีเคล็ดลับข้อเหมือนกันในการใช้ชีวิตของคนอายุยืนนั้น สรุปได้ 50 ข้อ แล้วนำ มารวมเป็นหนังสือชื่อ "50 เคล็ดลับคนอายุยืนของโลก" (50 Secrets of the World's Longest Living People, by Sally Beare) มาดูสัก 2-3 ข้อ พอเป็นตัวอย่างเผื่อจะลอง ปฏิบัติตามเป็นหนทางไปสู่การมีอายุยืนกับเขากันบ้าง
ข้อเหมือนในการใช้ชีวิตของคนในชุมชนอายุยืนนั้นประการแรก พวกเขามักจะกินผักและผลไม้เป็นจำนวนมาก มักกินอาหารในกลุ่มธัญพืชหรือแป้งไม่ขัดขาวมากกว่าขนมปัง แครกเกอร์ ส่วนอาหารไขมันก็จะเลือกที่เป็นไขมันสุขภาพอย่างถั่ว หรือน้ำมันมะกอก เป็นต้น ไม่กินอาหารพวกเนื้อสัตว์ และแบบแผนการกินอยู่ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มแค่พอสัณฐานประมาณ ไม่กินมากเกินไป ทั้งยังไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่สูบบุหรี่ด้วย
เรื่องกิจกรรมในชีวิตประจำวันนั้น ไม่ต้องไปออกกำลังตามโรงยิม แต่จะมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่ค่อยนั่งเฉยๆ ให้รถติดตามสี่แยกหรือทำงานแบบนั่งโต๊ะ แต่จะทำงานอาชีพประเภทประมงและเกษตรกรรม พอถึงเวลาพักผ่อนพวกเขาก็จัดอยู่ในพวกแอ็กทีฟมาก เพราะจะทั้งร้องเล่น เต้นระบำ ออกล่าสัตว์ และออกกำลัง แบบศิลปะป้องกันตัวอีกด้วย
ข้อสุดท้ายนี้ก็สำคัญ กล่าวคือนอกจากท้องอิ่มแล้ว ยังต้องหล่อเลี้ยงจิตใจให้สบายด้วย แม้ว่าความคิดความเชื่อทางศาสนา จะแตกต่างกันไป แต่ตามชุมชนทั้ง 5 แห่ง ที่กล่าวมานั้นสมาชิกส่วนใหญ่ต่างก็ปฏิบัติสมาธิ สวดมนต์ภาวนาตามแบบของตน มีแรงสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชนอย่างเข้มแข็ง และที่สำคัญตามชุมชนที่ว่ามานี้ ไม่มีคำว่า "เกษียณอายุ" ปรากฏอยู่ในพจนานุกรม
edit @ 2006/05/23 22:39:19
edit @ 2006/05/23 22:51:40
edit @ 2006/05/23 22:52:16
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ดู นักโภชนาการ จากอังกฤษที่บัดนี้ใช้ชีวิตอยู่ในปากีสถานพบว่า มีเคล็ดลับข้อเหมือนกันในการใช้ชีวิตของคนอายุยืนนั้น สรุปได้ 50 ข้อ แล้วนำ มารวมเป็นหนังสือชื่อ "50 เคล็ดลับคนอายุยืนของโลก" (50 Secrets of the World's Longest Living People, by Sally Beare) มาดูสัก 2-3 ข้อ พอเป็นตัวอย่างเผื่อจะลอง ปฏิบัติตามเป็นหนทางไปสู่การมีอายุยืนกับเขากันบ้าง
ข้อเหมือนในการใช้ชีวิตของคนในชุมชนอายุยืนนั้นประการแรก พวกเขามักจะกินผักและผลไม้เป็นจำนวนมาก มักกินอาหารในกลุ่มธัญพืชหรือแป้งไม่ขัดขาวมากกว่าขนมปัง แครกเกอร์ ส่วนอาหารไขมันก็จะเลือกที่เป็นไขมันสุขภาพอย่างถั่ว หรือน้ำมันมะกอก เป็นต้น ไม่กินอาหารพวกเนื้อสัตว์ และแบบแผนการกินอยู่ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มแค่พอสัณฐานประมาณ ไม่กินมากเกินไป ทั้งยังไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่สูบบุหรี่ด้วย
เรื่องกิจกรรมในชีวิตประจำวันนั้น ไม่ต้องไปออกกำลังตามโรงยิม แต่จะมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่ค่อยนั่งเฉยๆ ให้รถติดตามสี่แยกหรือทำงานแบบนั่งโต๊ะ แต่จะทำงานอาชีพประเภทประมงและเกษตรกรรม พอถึงเวลาพักผ่อนพวกเขาก็จัดอยู่ในพวกแอ็กทีฟมาก เพราะจะทั้งร้องเล่น เต้นระบำ ออกล่าสัตว์ และออกกำลัง แบบศิลปะป้องกันตัวอีกด้วย
ข้อสุดท้ายนี้ก็สำคัญ กล่าวคือนอกจากท้องอิ่มแล้ว ยังต้องหล่อเลี้ยงจิตใจให้สบายด้วย แม้ว่าความคิดความเชื่อทางศาสนา จะแตกต่างกันไป แต่ตามชุมชนทั้ง 5 แห่ง ที่กล่าวมานั้นสมาชิกส่วนใหญ่ต่างก็ปฏิบัติสมาธิ สวดมนต์ภาวนาตามแบบของตน มีแรงสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชนอย่างเข้มแข็ง และที่สำคัญตามชุมชนที่ว่ามานี้ ไม่มีคำว่า "เกษียณอายุ" ปรากฏอยู่ในพจนานุกรม
edit @ 2006/05/23 22:39:19
edit @ 2006/05/23 22:51:40
edit @ 2006/05/23 22:52:16
2006/Apr/04
เคยสงสัยหรือไม่ว่า ช็อกโกแลต ที่คู่รักทั่วโลกมักจะมอบให้แก่คนรักของตัวเองในวันวาเลนไทน์นั้น มีที่มาจากไหน แล้วทำไมจึงกลายมาเป็นสื่อที่แสดงถึงความรักได้
ก็ด้วยเหตุความจริงนั้น ช็อกโกแลตถือกำเนิดมาจากอเมริกาเป็นที่แรก แต่ในช่วงสมัยก่อนๆ ผู้ที่จะได้ลิ้มรสช็อกโกแลต จะต้องเป็นผู้สูงศักดิ์ หรือเป็นเศรษฐีเท่านั้น
เพราะราคาค่อนข้างแพง และนับว่าเป็นของที่หาได้ยากในสมัยก่อน แต่เมื่อเข้าสู่ยุคอารยธรรมใหม่ มีการปฏิวัติที่ฝรั่งเศส จึงทำให้ระบบศักดินาล่มสลาย หลังจากนั้นช็อกโกแลตจึงกลายมาเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป
บวกกับด้านวิทยาศาสตร์มีก้าวหน้า ด้วยการค้นพบว่า ช็อกโกแลตสามารถรักษาอาการเกี่ยวกับช่องท้องได้ ยิ่งทำให้ช็อกโกแลตเป็นที่นิยมและแพร่หลายกันมากขึ้น
แต่ช่วงแรกๆ ช็อกโกแลตเป็นเพียงแท่งโกโก้ธรรมดา ไม่มีส่วนประกอบอะไรมากมาย พอเข้ายุคปัจจุบัน จึงพบว่า ช็อกโกแลตมีการพัฒนาขึ้น
ด้วยการที่ต้องการให้มีรสชาติหลากหลาย และมีส่วนประกอบมากขึ้น จึงนำส่วนผสมอื่นๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน อย่าง นมผง ครีม คาราเมล หรืออัลมอนด์
เลยทำให้ช็อกโกแลตแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับประเทศที่นับว่าผลิตช็อกโกแลตได้อร่อย และดีที่สุดในโลกนั้น
ก็คือประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศเดียวที่เป็นช่างฝีมือประจำชาติในการผลิตช็อกโกแลตได้อย่างดี
ส่วนที่ว่าช็อกโกแลตกลายมาเป็นของขวัญสำหรับคนรักที่มักจะมอบให้คู่รักตัวเองในช่วงวาเลนไทน์นั้น จากตำนานของช็อกโกแลตแล้ว ยังไม่เห็นว่าจะมีส่วนใดที่สามารถมาเกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ได้
รู้แต่เพียงว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันสิ้นชีวิตของ St. Valentine ผู้ที่ศรัทธาในความรักมากกว่าสงคราม แต่ก่อนที่ท่านจะสิ้นลม ท่านได้มอบเพียงการ์ดใบเดียวพร้อมคำว่า Love From Your Valentine เท่านั้นเอง
ไม่มีช็อกโกแลตแนบไปด้วยแต่อย่างใด แต่ที่อาจเป็นไปได้ว่า เนื่องจาก ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อกโกแลตเป็นของหายาก
จึงนับว่าช็อกโกแลต มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันและกัน พร้อมส่งการ์ดและดอกไม้ เพื่อสื่อถึงความรัก รวมทั้งช็อกโกแลตยังเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ดังนั้น ก็เลยทำให้ช็อกโกแลต กลายมาเป็นของขวัญสื่อทางใจระหว่างคู่รักซึ่งกันและกันในช่วงวันวาเลนไทน์
edit @ 2006/05/23 22:39:42
ก็ด้วยเหตุความจริงนั้น ช็อกโกแลตถือกำเนิดมาจากอเมริกาเป็นที่แรก แต่ในช่วงสมัยก่อนๆ ผู้ที่จะได้ลิ้มรสช็อกโกแลต จะต้องเป็นผู้สูงศักดิ์ หรือเป็นเศรษฐีเท่านั้น
เพราะราคาค่อนข้างแพง และนับว่าเป็นของที่หาได้ยากในสมัยก่อน แต่เมื่อเข้าสู่ยุคอารยธรรมใหม่ มีการปฏิวัติที่ฝรั่งเศส จึงทำให้ระบบศักดินาล่มสลาย หลังจากนั้นช็อกโกแลตจึงกลายมาเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป
บวกกับด้านวิทยาศาสตร์มีก้าวหน้า ด้วยการค้นพบว่า ช็อกโกแลตสามารถรักษาอาการเกี่ยวกับช่องท้องได้ ยิ่งทำให้ช็อกโกแลตเป็นที่นิยมและแพร่หลายกันมากขึ้น
แต่ช่วงแรกๆ ช็อกโกแลตเป็นเพียงแท่งโกโก้ธรรมดา ไม่มีส่วนประกอบอะไรมากมาย พอเข้ายุคปัจจุบัน จึงพบว่า ช็อกโกแลตมีการพัฒนาขึ้น
ด้วยการที่ต้องการให้มีรสชาติหลากหลาย และมีส่วนประกอบมากขึ้น จึงนำส่วนผสมอื่นๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน อย่าง นมผง ครีม คาราเมล หรืออัลมอนด์
เลยทำให้ช็อกโกแลตแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับประเทศที่นับว่าผลิตช็อกโกแลตได้อร่อย และดีที่สุดในโลกนั้น
ก็คือประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศเดียวที่เป็นช่างฝีมือประจำชาติในการผลิตช็อกโกแลตได้อย่างดี
ส่วนที่ว่าช็อกโกแลตกลายมาเป็นของขวัญสำหรับคนรักที่มักจะมอบให้คู่รักตัวเองในช่วงวาเลนไทน์นั้น จากตำนานของช็อกโกแลตแล้ว ยังไม่เห็นว่าจะมีส่วนใดที่สามารถมาเกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ได้
รู้แต่เพียงว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันสิ้นชีวิตของ St. Valentine ผู้ที่ศรัทธาในความรักมากกว่าสงคราม แต่ก่อนที่ท่านจะสิ้นลม ท่านได้มอบเพียงการ์ดใบเดียวพร้อมคำว่า Love From Your Valentine เท่านั้นเอง
ไม่มีช็อกโกแลตแนบไปด้วยแต่อย่างใด แต่ที่อาจเป็นไปได้ว่า เนื่องจาก ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อกโกแลตเป็นของหายาก
จึงนับว่าช็อกโกแลต มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันและกัน พร้อมส่งการ์ดและดอกไม้ เพื่อสื่อถึงความรัก รวมทั้งช็อกโกแลตยังเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ดังนั้น ก็เลยทำให้ช็อกโกแลต กลายมาเป็นของขวัญสื่อทางใจระหว่างคู่รักซึ่งกันและกันในช่วงวันวาเลนไทน์
edit @ 2006/05/23 22:39:42